เมืองเกียวโต (Kyoto) ไม่ได้เป็นเพียงแค่อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น แต่คือพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมโบราณและธรรมชาติที่งดงาม เกียวโตเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสความสงบและเรียบง่ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ การเดินทางมาเกียวโตให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคซามูไรและเกอิชา ที่ซึ่งความเก่าแก่และทันสมัยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว การวางแผนเที่ยวเกียวโตอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้คุณได้สัมผัสแก่นแท้ของเมืองนี้ได้อย่างแท้จริง
เปิดประสบการณ์ใหม่ เมืองเกียวโต
1. สัมผัสจิตวิญญาณแห่งเกียวโตผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
เกียวโตเป็นที่ตั้งของวัดและศาลเจ้ากว่า 2,000 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่น่าสนใจ การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการชมความงามทางสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นการเข้าถึงจิตวิญญาณของญี่ปุ่นอีกด้วย
- วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “วัดน้ำใส” ตั้งอยู่บนเนินเขาโอโตวะและเป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก ไฮไลต์คือระเบียงไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยไม่มีการใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเกียวโตได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงสดใส
- ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) โดดเด่นด้วยทางเดินที่ประกอบด้วยเสาโทริอิสีแดงสดใสกว่าหมื่นต้นเรียงรายไปตามแนวเขา เป็นสถานที่ที่น่าประทับใจและเป็นจุดยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการถ่ายภาพสวยๆ
- วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) หรือ “วัดทอง” ที่มีชื่อเสียงจากศาลาสีทองอร่ามที่ตั้งอยู่กลางน้ำอย่างโดดเด่นสะท้อนเงาที่งดงาม เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนอย่างไม่รู้ลืม

2. ท่องไปในดินแดนแห่งธรรมชาติที่งดงาม
นอกเหนือจากวัดและศาลเจ้า เกียวโตยังมีธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้กัน และยังเป็นที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
- ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Bamboo Grove) เป็นป่าไผ่ขนาดใหญ่ที่มีต้นไผ่เรียงตัวกันอย่างหนาแน่น เมื่อเดินเข้าไปจะรู้สึกถึงความร่มรื่นและเงียบสงบ เสียงลมที่พัดผ่านต้นไผ่สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายอย่างน่าประทับใจ
- สวนเก็นโกกุ (Genkoan Temple) แม้จะเป็นวัดขนาดเล็ก แต่ก็มีชื่อเสียงจาก “หน้าต่างแห่งความตรัสรู้และหน้าต่างแห่งความลังเล” ที่เปิดให้เห็นทิวทัศน์ของสวนสวยงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล เป็นมุมสงบที่เหมาะสำหรับการทำสมาธิ
- เดินเล่นริมแม่น้ำคาโมะ (Kamo River) แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเกียวโต เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับชาวเกียวโตในการเดินเล่น, ปั่นจักรยาน, หรือนั่งพักผ่อนริมน้ำในยามเย็น
3. สัมผัสวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเกียวโต
เกียวโตยังคงรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างเข้มแข็ง การได้สัมผัสกับวัฒนธรรมเหล่านี้จะทำให้การเดินทางของคุณมีความหมายมากยิ่งขึ้น
- ย่านกิออน (Gion) ย่านนี้เป็นที่รู้จักในฐานะย่านของเกอิชาและไมโกะ (เกอิชาฝึกหัด) ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ การเดินชมบ้านเรือนเก่าแก่สไตล์ญี่ปุ่นในช่วงเย็นอาจทำให้คุณได้พบกับเกอิชาตัวจริงที่กำลังเดินทางไปทำงาน
- การสวมชุดกิโมโน การได้ลองสวมชุดกิโมโนและเดินเล่นไปตามถนนสายเก่าแก่ของเกียวโต เช่น ย่านฮิกาชิยามะ (Higashiyama) หรืออาราชิยามะ จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีตและเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ
- การชงชาแบบญี่ปุ่น เข้าร่วมพิธีชงชา (Chado) ซึ่งเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อนและสะท้อนถึงความสงบและสติ การได้ดื่มชาเขียวมัทฉะพร้อมขนมหวานแบบดั้งเดิมจะทำให้คุณได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง

4. อาหารและเครื่องดื่ม ลิ้มรสความอร่อยแบบฉบับเกียวโต
อาหารในเกียวโตสะท้อนถึงความเรียบง่ายและประณีตตามแบบฉบับของเมืองหลวงเก่า
- ไคเซกิ (Kaiseki) อาหารคอร์สแบบดั้งเดิมของเกียวโตที่มีการจัดจานอย่างสวยงามและใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล
- ชาเขียวมัทฉะ เกียวโตเป็นแหล่งปลูกชาเขียวที่มีคุณภาพสูง การได้ลองชิมชาเขียวมัทฉะแท้ๆ และขนมหวานจากชาเขียวเป็นสิ่งที่ห้ามพลาด
- ซูชิและราเม็ง แม้เกียวโตจะเป็นเมืองโบราณ แต่ก็มีร้านซูชิและราเม็งที่มีคุณภาพให้เลือกมากมาย
การเดินทางในเกียวโตก็สะดวกสบายด้วยระบบรถบัสและรถไฟที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้คุณสามารถเดินทางไปชมสถานที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย การวางแผนการเดินทางและจองที่พักล่วงหน้าจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้ การได้ใช้เวลาในเกียวโตจึงเป็นการเดินทางที่ไม่ได้เพียงแค่ไปท่องเที่ยว แต่เป็นการเดินทางเพื่อสัมผัสจิตวิญญาณแห่งความสงบและความงามที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
#เกียวโต #ญี่ปุ่น
เเนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ หลากหลายสถานที่ ติดตามกันได้จาก >> หลงไปไหน