เกาะฟู่โกว๊ก ทำไมจึงได้ชื่อว่า “บาหลีเวียดนาม”

เกาะฟู่โกว๊ก ทำไมจึงได้ชื่อว่า “บาหลีเวียดนาม”

     พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ หากพูดถึงเกาะสวรรค์ในประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือในประเทศอาเซียนบ้านเราที่คนทั่วโลกนิยมไปพักร้อนท่องเที่ยวกันมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแล้วล่ะก็ “บาหลี” ย่อมจะเป็นคำตอบของปลายทางที่หลาย ๆ คนอยากมาพักผ่อนเที่ยวทะเลที่คลื่นแรง นอนอาบแดดบนหาดทรายสีขาวสวย ๆ พร้อมอยู่กับวิถีชีวิตของชนชาวพื้นเมืองของเกาะที่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนและป่าไม้ดังเดิม ทำให้เหมือนเราได้มาพักกายพักใจอยู่บนเกาะอันห่างไกลจากวิถีชีวิตเดิม ๆ และได้ทำให้ใจสงบลงมากขึ้นได้ แต่เวลานี้นอกจากบาหลีแล้วก็ยังมีอีกหนึ่งเกาะสวรรค์ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นเกาะที่มีนักท่องเที่ยวเยอะและมีความใกล้เคียงในบรรยากาศของบาหลีมาก นั่นคือ “เกาะฟู่โกว๊ก” ที่ผู้คนให้การเรียกขานว่าเป็น “บาหลีเวียดนาม”เลย แม้จะเปิดบูมการท่องเที่ยวมาได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น แต่ก็กระตุ้นการท่องเที่ยวจากคนต่างชาติอย่างเรา ๆ ได้ดีมาก เพราะอะไรเกาะฟู่โกว๊กจึงได้ชื่อว่า “บาหลีเวียดนาม” หากคุณรู้ก็จะต้องอยากมาที่เกาะนี้ให้ได้สักครั้งในชีวิตแน่นอน! รู้จักกับ เกาะฟู่โกว๊ก “บาหลีเวียดนาม” รูปภาพ : https://voucher.chillpainai.com/ เกาะฟู่โกว๊กมีหาดทรายขาว ทะเลสวย                เกาะฟู่โกว๊กเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเกียนซาง บนเกาะมีขนาดพื้นที่ 574 ตารางกิโลเมตร ทำให้ชายหาดบนเกาะฟู่โกว๊กมีขนาดกว้างใหญ่ทอดตัวยาวยื่นออกไปในทะเล มีสีขาวสะอาดตาของทรายเม็ดละเอียดที่ตัดกับสีฟ้าน้ำทะเลได้อย่างงดงามมาก อีกทั้งคลื่นก็แรงมากพอให้ทำกิจกรรมทางน้ำได้หลากหลาย นอกจากนี้ริมหาดยังเรียงรายไปด้วยสิ่งปลูกสร้างแบบซุ้มศาลาไม้ที่หลังคาเป็นหญ้าแฝกมุงหลังคาแบบบ้านชาวเกาะเต็มไปหมดเพื่อให้ทุกคนได้มานั่งพักผ่อนรับประทานของอร่อยใต้ร่มไม้สีเขียวด้วยจึงมีลักษณะคล้ายกับเกาะบาหลีมาก               รูปภาพ : https://www.atsiamtour.com/ เกาะฟู่โกว๊กมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์                   เกาะฟู่โกว๊กเป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้เขตร้อนชื้นมากมายที่มีสีเขียวแก่และต้นมะพร้าวมากมายเรียงรายกันทั้งริมถนนเลียบชายหาด บนชายหาด สวนไร่การเกษตรและมีภูเขาด้วยจนเหมือนทั้งเกาะถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวสวยงามดูลึกลับ เราจึงสามารถเดินชมวิวธรรมชาติระหว่างทางที่เดินเที่ยวตามสถานที่ย่านชุมชนต่าง ๆ ได้อย่างเพลิดเพลินใจ ลมแรง […]

ฤดูปลายฝนต้นหนาว ทำไมถึงเหมาะกับการไปเที่ยวบาหลี

ฤดูปลายฝนต้นหนาว ทำไมถึงเหมาะกับการไปเที่ยวบาหลี

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ หากจะกล่าวถึง “การไปท่องเที่ยวบาหลี” แล้วล่ะก็หลายคนควจะนึกถึงภาพของเกาะขนาดใหญ่ในอินโดนีเซียที่เต็มไปด้วยป่าไม้และถนนหนทางที่สวยงาม พร้อมกับกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรมและประเพณีการนับถือเจ้าป่าเจ้าเขากับเทพทางพราหมณ์ – ฮินดูซึ่งมีวัดวาอารามของทางศาสนาฮินดู ศิลปะตามแบบของชวาโบราณที่สวยงามอย่างมาก ทำให้ไม่ว่าใคร ๆ ก็มองเห็นถึงความสวยงามต้องมนต์ขลังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ซึ่งนำพาให้ผู้คนอยากซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อมาเที่ยวที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซียอย่างมาก ซึ่งเกาะบาหลีก็มักจะคึกครื้นที่สุดในช่วงฤดูร้อนตามฉบับของการท่องเที่ยวแนวเกาะที่ผู้คนจะได้ไปเล่นน้ำทะเลและชมปะการังสวย ๆ แต่ใครบ้างจะรู้ว่า แท้จริงแล้วฤดูที่เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวบาหลี คือ “ฤดูปลายฝนต้นหนาว” ต่างหาก มาถึงตรงนี้คุณอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็นฤดูที่ยังคงมีฝนตกอยู่เล็กน้อย และอากาศก็เริ่มหนาวเย็นแตกต่างจากการไปเที่ยวเกาะอื่นเช่นนี้ เราจะมาบอกให้คุณรู้กัน! เที่ยวบาหลี ฤดูปลายฝนต้นหนาว รูปภาพ : https://www.covermore.com.au/ บาหลีฤดูปลายฝนต้นหนาวมีหมอกลงสวยงาม             ด้วยความที่บาหลีเต็มไปด้วยขุนเขาและป่าไม้มากมาย ทำให้ช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาว ฝนจะถูกดึงดูดด้วยป่าไม้ของที่นี่จำนวนมากทำให้มีหมอกที่ลงอย่างสวยงามจากความชื้นที่ถูกดูด ทำให้เราได้เก็บภาพของเมฆหมอกที่ลอยอยู่ตามภูเขาสูงกับภูเขาไฟที่ทอดตัวยาวสลับซับซ้อน วัดวาอารามบริเวณผืนน้ำ และหมอกยามเช้าที่ลอยตามป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดทำให้มีความสวยงามราวกับได้มาอยู่ในดินแดนลับแลมาก อีกทั้งยังไม่ต้องกลัวว่าจะออกไปไหนไม่ได้เพราะมีฝนตกหนักด้วย ในฤดูนี้ฝนจะตกปรอย ๆ เท่านั้น ทำให้ฤดูปลายฝนต้นหนาวเหมาะกับการไปเที่ยวบาหลี บาหลีฤดูปลายฝนต้นหนาวมีอากาศที่เย็นสบาย รูปภาพ : https://th.hotels.com/             บาหลีในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวจะมีอากาศที่เย็นสบาย ไม่หนาวมากเหมือนกับในฤดูหนาวเลยจนถึงขนาดที่ว่าขัดต่อการทำกิจกรรมทางน้ำด้วย ยิ่งเป็นช่วงนี้ปะการังก็ยิ่งสวย และเป็นช่วงเวลาที่อากาศยามเช้ามีความเย็นสดชื่นแบบพอดี ๆ ส่วนกลางวันก็จะมีแดดอ่อน ๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่น สบายเนื้อตัวเหมาะแก่การมาเดินเที่ยวถ่ายรูป […]

นึกถึง “ออนเซ็น” ต้องมา “คิวชู”

นึกถึง “ออนเซ็น” ต้องมา “คิวชู”

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ ไม่ว่าใครหากได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในกิจกรรมสุดไพรเวทที่ทุกคนย่อมจะไม่อยากพลาดย่อมจะเป็นการลงไปแช่น้ำร้อนในออนเซ็นให้ร่างกายที่อยู่กับความหนาวเหน็บของสภาพอากาศในญี่ปุ่นที่ลมแรงได้ปรับให้เกิดความอบอุ่นจนทำให้ไม่มีอาการเจ็บป่วยใด ๆ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายมีความหอมจากสมุนไพร เยียวยาอาการคัดจมูก ภูมิแพ้ ไข้หวัด และกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และหากใครที่เป็นคนชื่นชอบการเน้นเที่ยวแบบมีจุดมุ่งหมายหลัก ๆ ในการแช่ออนเซ็นสบายอารมณ์ที่ดีเป็นอันดับต้น ๆ จนได้รับการการันตีจากคนทั่วญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ต้องเดินทางมายัง “คิวชู” เลย แล้วคุณจะได้สัมผัสความอบอุ่นร่างกายภายในออนเซ็นมาตรฐานสูงหลายแห่งที่โด่งดังที่สุดอีกแหล่งในประเทศญี่ปุ่นด้วย ว่าแต่ทำไมถึงต้องมาคิวชูเมื่อนึกถึงสวรรค์แห่งออนเซ็น ในวันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณได้รู้กัน สวรรค์แห่งออนเซ็น “คิวชู” รูปภาพ : https://travel.mthai.com/ คิวชูเป็นแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุดเพราะ “มีอากาศหนาวเย็น”             คิวชูเป็นแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุด เพราะคิวชูเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น และตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะญี่ปุ่นด้วยจึงทำให้ไม่แปลกที่จะมีอากาศหนาวเย็นมากกว่าทางแถบโตเกียวและหิมะตกได้ง่าย อากาศหนาวเหน็บตลอดทั้งปีเช่นนี้ยิ่งดึงดูดให้ผู้คนอยากมาที่ออเซ็นในคิวชูเป็นอย่างมาห เคยได้ยินไหมว่าสถานที่ใดที่ผู้คนต้องอยู่กับวิถีชีวิตนั้น ๆ ที่มีเอกลักษณ์ ย่อมจะมีสถานที่อำนวยความสะดวกให้สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมนั้น ๆ เพื่อความอยู่รอดได้ ซึ่งคิวชูยิ่งมาเวลาหนาว ๆ พอเข้าออนเซ็นก็ยิ่งจัดเต็มด้วยความครบครันของการมาอบอุ่นร่างกายแช่ตัวและอุปกรณ์มากมายที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินหลบหนาวได้อย่างเพลิดเพลินใจไม่เหมือนที่อื่น รูปภาพ : https://fromjapan.info/ คิวชูเป็นแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุดเพราะ “มีเมืองสำคัญอย่างเบปปุ”             คิวชูมีแหล่งออนเซ็นที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่เลื่องลือขานต่อความฟินกันมาตั้งแต่ยุคอดีตอย่าง “เมืองเบปปุ” ที่เรียกได้ว่าแทบทุกตรอกซอกซอยเต็มไปด้วยเรียวกังและสถานที่ให้บริการออนเซ็นเต็มไปหมดจนทำให้เวลาเราขึ้นไปถ่ายรูปบนภูเขาช่วงค่ำ ๆ ก็จะเห็นบ้านเรือนในตัวเมืองที่เปิดไฟกันมีหลากหลายสีสันเคล้ากับไอร้อน ๆ […]

แนะนำ “บ้านผีสิงวินเชสเตอร์” ที่เที่ยวอนุรักษ์สุดหลอนของแคลิฟอร์เนีย

แนะนำ “บ้านผีสิงวินเชสเตอร์” ที่เที่ยวอนุรักษ์สุดหลอนของแคลิฟอร์เนีย

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ เชื่อว่าคงมีคนไม่มากก็น้อยที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง “WINCHESTER คฤหาสน์ขังผี” มาแล้วรู้สึกว่ามันเป็นพล็อตเรื่องที่ดูแปลกแหวกแนวจากภาพยนตร์ผีเรื่องอื่น ๆ ทั้งมุมมองอุดมการณ์ของตัวละคร และโลเคชั่นที่ทำออกมาได้อย่างนาพิศวงของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ดวงวิญญาณมากมายมาอาศัยอยู่จนมีจำนวนห้องนับไม่ถ้วนที่คุณอาจจะคาดคิดไม่ถึง แต่รู้หรือไม่ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริงของ “คุณซาร่าห์ วินเชสเตอร์” ที่เป็นเจ้าของคฤหาสน์และเธอก็ได้สร้างคฤหาสน์วินเชสเตอร์นี้ขึ้นมาให้ผีอยู่จริง! แต่ในเวลานี้เจ้าของคฤหาสน์ท่านก็ได้เสียชีวิตไปอย่างสงบแล้วทำให้คฤหาสน์วินเชสเตอร์ถูกเปิดให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งแน่นอนว่ามีการจำกัดห้องบางห้องไว้เพื่อไม่ให้รบกวนดวงจิตดวงวิญญาณที่ยังคงอยู่ที่นี่ ซึ่ง “บ้านผีสิงวินเชสเตอร์” จะมีความน่าสนใจอย่างไรและมีความเป็นมาอย่างไรจึงต้องสร้างให้ผีอยู่มาอ่านกันเลย ทำความรู้จักกับ “บ้านผีสิงวินเชสเตอร์” รูปภาพ : https://www.designingbuildings.co.uk/             “บ้านผีสิง วินเชสเตอร์” หรือ “คฤหาสน์วินเชสเตอร์” เป็นหนึ่งในบ้านผีสิงสุดโด่งดังระดับตำนานของชาวอเมริกาที่ตั้งอยู่ในเมืองซานโฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ โดยเจ้าของบ้านอย่าง “คุณซาร่าห์ วินเชสเตอร์” ได้สร้างคฤหาสน์วินเชสเตอร์ขึ้นมาเพื่อหลบหนีจากการตามล่าของวิญญาณร้ายมากมายที่ตั้งใจเอาชีวิตเธอและเป็นที่อยู่อาศัยพักพิงของวิญญาณที่เกี่ยวพันกับตระกูลวินเชสเตอร์ที่ทุกดวงจิตสามารถมาอยู่ได้จนกว่าจะถึงวาระที่ได้ไปสู่ภพภูมิที่เหมาะสมตามคำแนะนำของร่างทรง แล้วจ้างชาวบ้าน คนงานที่อยู่บริเวณนั้นมาเป็นช่างไม้ ช่างทาสี และสารพัดช่างอื่นๆ แม่บ้านคนสวน คนรับใช้ เพื่อมาคอยสร้าง และต่อเติมบ้านหลังนี้ตลอด 24 ชั่วโมง! โดยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปไม่มีวันหยุดด้วยเชื่อว่า ยิ่งบ้านสลับซับซ้อนเท่าไหร่ วิญญาณร้ายจะหาตัวเธอไม่เจอ รวมทั้งเสียงอึกทึกจากการต่อเติมบ้านจะช่วยให้ผีไม่กล้ามารบกวนเธอได้ จนกลายเป็นบ้านผีสิงวินเชสเตอร์หลังคาสีแดงท่ามกลางสวนสีเขียวที่สวยงาม มีจำนวนทั้งหมด 7 ชั้น […]

ประเทศท่องเที่ยว สำหรับเยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้า

ประเทศท่องเที่ยว สำหรับเยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้า

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ นับตั้งแต่อดีตมาแล้วที่กลุ่มคนเป็นโรคซึมเศร้าต้องเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในโลกของตัวเองเพียงเพราะรู้สึกว่าในแต่ละวันที่ลืมตาตื่นขึ้นมามันช่างยากเย็น พอลืมตาตื่นขึ้นมาได้ก็ต้องพยายามฝืนอยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อมสังคมคนรอบตัวที่กดดันและทำให้ตัวเองรู้สึกหมดไฟกับการใช้ชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพื่อน ครอบครัว การงาน การเรียนไปจนถึงการยอมรับในตัวเอง และในปัจจุบันก็มีแนวที่หนักมากขึ้นของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าเมื่อมีการเปิดกว้างในเรื่องราวของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าออกสู่คนทั่วไปให้ได้รู้จักโรคนี้ที่มีความแตกต่างจากภาวะซึมเศร้าปกติทำให้เราได้รับรู้ว่า แท้จริงโรคซึมเศร้านั้นมีมาตั้งนานแล้วและยิ่งสังคมโลกเต็มไปด้วยการแข่งขันและค่านิยมที่ทำให้คนที่ไม่คล้อยตามเกิดความแปลกแยกก็ยิ่งส่งผลสำคัญต่อการเป็นปัจจัยหลักของโรคซึมเศร้าด้วย แบบนี้การหาเวลาไปท่องเที่ยวสำหรับเยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้าที่ 3 ประเทศท่องเที่ยว นี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด แค่เพียงมาพักผ่อนและใช้ชีวิตที่ประเทศเหล่านี้ก็จะได้รับการบำบัดแบบเป็นธรรมชาติแล้ว แนะนำ 3 ประเทศท่องเที่ยว สำหรับเยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้า รูปภาพ : https://www.peakpx.com/ “สวิสเซอร์แลนด์” ประเทศท่องเที่ยวสำหรับเยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้า             “สวิสเซอร์แลนด์” เป็นประเทศท่องเที่ยวสำหรับเยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้า ด้วยสภาพแวดล้อมธรรมชาติของพื้นที่ภูมิประเทศซึ่งเป็นที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาทอดตัวยาวสลับซับซ้อน มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เต็มไปด้วยน้ำตก ทุ่งหญ้าดอกไม้หลากสีสันนานาพรรณที่ออกดอกบานสะพรั่งในทุกฤดูกาล โอบล้อมหมู่บ้านและตัวเมืองมากมาย รวมถึงทะเลสาบที่มีผืนน้ำนิ่งสงบสีสันสดใสด้วย ทุกอย่างถูกสร้างมาอย่างลงตัวราวกับดินแดนในฝันที่มีเสียงเพลงจากเครื่องดนตรีพื้นเมืองบรรเลงประกอบ ทำให้เยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้าได้ดีมาก รูปภาพ : https://www.naturetrek.co.uk/ “ญี่ปุ่น” ประเทศท่องเที่ยวสำหรับเยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้า             “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศท่องเที่ยวสำหรับเยียวยาคนเป็นโรคซึมเศร้า แม้ว่าประเทศนี้จะได้ชื่อว่า “ประเทศแห่งกฎระเบียบวินัยที่เคร่งครัด” แต่ก็มีภูมิทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติหลากหลายรูปแบบทั้งดอกไม้ ภูเขาหิมะ ทะเล และวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองต่าง ๆ ที่ยังคงอนุรักษ์ความดั้งเดิมของวัฒนธรรมซึ่งมีความสโลว์ไลฟ์ และทุกเดือนก็จะมีเทศกาลที่ประดับประดาสิ่งของแตกต่างกันไปพร้อมให้เรามาทำกิจกรรมขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นไฮไลต์ของทุกเทศกาลด้วยโคมไฟญี่ปุ่นสวย ๆ […]

ไปเที่ยว “ฮ่องกง” ใช้ “ภาษาจีนกลาง” ได้ไหม ?

ไปเที่ยว “ฮ่องกง” ใช้ “ภาษาจีนกลาง” ได้ไหม ?

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ หากจะกล่าวถึงดินแดนทางประเทศจีนที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากอันดับต้น ๆ ไม่ว่าใครก็ย่อมต้องนึกถึง “ฮ่องกง” เมืองบนเกาะในเขตปกครองพิเศษของจีนที่มีความใหญ่โต เต็มไปด้วยแสง สี เสียงของตึกสูงระฟ้ารูปร่างแปลกตามากมายและ Light Of Symphony สุดอลังการในยามค่ำคืนโดยถูกโอบล้อมอยู่ท่ามกลางภูเขาสูงที่เขียวชอุ่ม มีแหล่งกินเที่ยวที่ครบครัน ทั้งวินเทจ ทันสมัย และได้ช็อปปิ้งกันกระหน่ำสำหรับสายท่องเที่ยวแนวของติดไม้ติดมือกลับประเทศสุด Alert จึงไม่แปลกที่ฮ่องกงจะกลายเป็นแดนเลื่องชื่อด้านการท่องเที่ยวที่สามารถพบกับความประทับใจได้ตลอดทั้งปีจนบางคนก็มาปีนึงหลายครั้งด้วยเหมือนกัน และเราเองก็เชื่อว่าพวกคุณก็อยากที่จะมาเที่ยวฮ่องกงให้ได้สักครั้งในชีวิตด้วยและบ้างก็มีความรู้ด้านภาษาจีนกลางอยู่แล้ว ยิ่งหวานหมู แต่เอ๊ะ ๆ ฮ่องกงใช้ภาษาจีนกวางตุ้งนี่ แล้วแบบนี้ถ้าเรานำ ภาษาจีนกลาง ไปสื่อสารเมื่อมาเยือนฮ่องกงจะสามารถทำได้ไหม ขอตอบว่า “สื่อสารที่ฮ่องกงด้วยภาษาจีนกลางได้ แต่ไม่สมควรนัก” เพราะอะไรมาอ่านกันเลย การใช้ ภาษาจีนกลาง ในฮ่องกงทำให้บางคนฟังผิดเพี้ยนได้ รูปภาพ : https://www.travelpulse.com/             แม้ว่าคนฮ่องกงจะเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับคนจีนที่อยู่แผ่นดินใหญ่ บางคนก็มีญาติอยู่บนเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยทำให้สามารถฟังภาษาจีนกลางออก แต่สำหรับคนฮ่องกงบางคนที่ไม่ได้อยู่กับภาษาจีนกลางนักก็อาจทำให้พวกเขาฟังคำและตีความหมายที่คุณสื่อสารผิดเพี้ยนไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการไปจับจ่ายซื้อของหรือการถามเส้นทาง หากใช้ภาษาอังกฤษได้ก็ควรจะใช้ ไม่ควรใช้ภาษาจีนกลางในฮ่องกง การใช้ภาษาจีนกลางในฮ่องกงอาจทำให้เกิดความขัดแย้ง รูปภาพ : https://www.timeout.com/             การใช้ภาษาจีนกลางในฮ่องกงเป็นสิ่งที่ไม่ควรให้ชาวฮ่องกงได้ยินนัก โดยเฉพาะกับชาวฮ่องกงที่มีอายุ 40 ปีอัพ เพราะพวกคนฮ่องกงส่วนใหญ่เคยมีความขัดแย้งทางการเมืองกับคนจีนด้วยกันบนแผ่นดินใหญ่ทำให้หากเราที่เป็นคนเอเชียใช้ภาษาจีนกลางก็อาจจะทำให้คนฮ่องกงบางคนฟังแล้วไม่พึงพอใจจนอาจเดินหนีไม่ตอบเราก็เป็นได้ บางคนอาจคิดว่าเราเป็นคนจีนจากแผ่นดินใหญ่ด้วยซ้ำ […]

สะพานลอยน้ำ ที่รถวิ่งได้ ณ มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน

สะพานลอยน้ำ ที่รถวิ่งได้ ณ มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ ในชีวิตของคนส่วนใหญ่หากพูดถึงสะพานที่มีไว้ให้รถข้ามได้แบบที่น่าหวาดเสียวที่สุดแล้วล่ะก็ย่อมจะเป็นสะพานไม้ตอม่อที่หากขับไม่ระวังให้ดีหรือหากเอารถที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มากไปลงสะพานก็อาจทำให้สะพานพังลงมาอย่างน่ากลัวได้ ไม่ว่าจะเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำหรือสะพานที่ข้ามผาสูงชันจนแทบมองไม่เห็นว่าด้านล่างเป็นอะไร แต่วันนี้เราจะพาคุณมาเดินทางท่องเที่ยวสะพานสุดแปลกแหวกแนวที่เป็น สะพานลอยน้ำ แน่นอนว่ามันไม่ใช่สะพานปูนที่อยู่เหนืออากาศโดยมีผืนน้ำอยู่ด้านล่างอย่างที่คุณเคยเห็น หากแต่เป็นสะพานไม้ที่มีเพียงทุ่นลอยน้ำรองรับเท่านั้น! แล้วแบบนี้รถจะวิ่งได้อย่างไร นี่ล่ะคือสิ่งที่ทำให้สะพานนี้เป็นอีกหนึ่งสะพานสุดแปลกระดับโลกอยู่ที่ประเทศจีนแบบที่ไม่คิดว่าสะพานแบบนี้จะกลายเป็นเส้นทางที่รถยนต์ใช้วิ่งได้เป็นปกติไปแล้ว และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวบันทึกเรื่องราวการเดินทางสุดตื่นเต้นด้วย ทำความรู้จักกับ “สะพานลอยน้ำ สำหรับรถวิ่งแห่งประเทศจีน” รูปภาพ : https://travel.kapook.com/             “สะพานลอยน้ำสำหรับรถวิ่งแห่งประเทศจีน” เป็นสะพานไม้ความยาว 500 เมตร กว้าง 4.5 เมตร อยู่ในแหล่งชมธรรมชาติ Shiziguan เมืองเอินซี มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ที่พาดผ่านเหนือแม่น้ำซิงเจียงโดยใช้ทุ่นลอยเป็นฐานในการทำให้สะพานลอยตัวเหนือผิวน้ำสีมรกตที่คดเคี้ยวตามซอกหุบเขาสูงตลอดสองฟากฝั่งแบบหางของมังกร ซึ่งรองรับน้ำหนักคนได้มากถึง 10,000 คนพร้อมกัน และยังอนุญาตให้สามารถขับรถขึ้นไปบนสะพานได้อีกด้วย แม้แต่รถบัสคันใหญ่ ทำให้เวลานี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางการคมนาคมข้ามแม่น้ำแบบลัด ๆ ช่วยลดเวลาในการถึงจุดหมายแบบไม่ต้องอ้อมที่นิยมกันมากในประเทศจีน การเดินทางบน “สะพานลอยน้ำสำหรับรถวิ่งแห่งประเทศจีน” รูปภาพ : https://www.trip.com/             “สะพานลอยน้ำสำหรับรถวิ่งแห่งประเทศจีน” จะต้องมีการโดยสารรถของคนจีนที่ชำนาญทางเฉพาะตัว เพราะหากเช่ารถมาขับเที่ยวเองอาจจะเป็นอันตรายในการควบคุมพวงมาลัยเวลาอยู่บนสะพานลอยน้ำประเทศจีนแห่งนี้ได้ เพราะเวลาที่รถขับไปบนสะพานที่โค้งตามลำน้ำนอกจากจะมีทัศนียภาพที่ได้ร่มเงาในหุบเขาทำให้การโฟกัสทางคลุมเคลือกว่าเส้นทางปกติแล้ว สะพานก็จะมีความเอนไหวไปตามกระแสของน้ำและแรงการขับของรถแต่ละคันด้วยเพราะเป็นสะพานทุ่นลอยน้ำจึงต้องมีความชำนาญในการผ่านประสบการณ์ขับมาแล้ว จุดตื่นเต้นก็คงเป็นการที่เรานั่งรถแล้วรู้สึกถึงแรงกระเพื่อมของผิวน้ำในขณะที่รถกำลังแล่นอย่างเชื่องช้าและได้ชมวิวป่าไม้นิเวศกับภูเขาสองข้างทางที่เหมือนเราไม่ได้อยู่บนรถแต่อยู่บนเรืออย่างไงอย่างงั้นเลย จุดชมวิวของ “สะพานลอยน้ำสำหรับรถวิ่งแห่งประเทศจีน” รูปภาพ : […]

ชนบทของประเทศอังกฤษ มีอะไรให้น่าเที่ยวบ้าง ?

ชนบทของประเทศอังกฤษ มีอะไรให้น่าเที่ยวบ้าง ?

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ สำหรับใครที่เวลานี้กำลังวางแพลนเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศอังกฤษอยู่ล่ะก็แน่นอนว่า หลายคนอาจจะเจาะจงเมืองใหญ่ต่าง ๆ ของอังกฤษเพื่อไปเที่ยวชมแลนด์มาร์คโบราณสถานสวย ๆ ในประเทศเก่าแก่ทางยุโรปที่มีประวัติศาสตร์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมกับไทยเรามาอย่างยาวนาน แต่รู้หรือไม่ว่า เมืองชนบทที่คุณเห็นว่าเป็นเพียงแค่เมืองผ่านทางของประเทศอังกฤษนั้นก็มีความโดดเด่นสวยงามตามท้องเรื่องที่น่าไปเที่ยวเหมือนกัน เมืองขนาดเล็กบางเมืองในชนบทของอังกฤษก็ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสวยงามติดอันดับต้น ๆ ของประเทศอังกฤษด้วย เพราะเมืองขนาดใหญ่ในอังกฤษส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นพวกเมืองที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่เป็นหลักทำให้มีแต่ความทันสมัยและทำให้เราเห็นเอกลักษณ์ความเป็นอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของอังกฤษในรูปแบบต่าง ๆ ไม่มากเหมือนอย่างชนบทของอังกฤษ และยังมีสิ่งเหล่านี้ที่คุณจะเกิดความประทับใจหากได้ไปท่องเที่ยวที่ ชนบทของประเทศอังกฤษ ด้วย ชนบทของประเทศอังกฤษ กับกิจกรรมน่าเที่ยว รูปภาพ : https://www.fwi.co.uk/l การขี่ม้าในฟาร์มของชนบทประเทศอังกฤษ             การขี่ม้าในฟาร์มของชนบทอังกฤษเป็นสิ่งที่น่าเที่ยวอย่างมากสำหรับการมาเยือนชนบทของอังกฤษ เพราะในแถบชานเมืองหรือชนบทที่อยู่ในเขตเมืองขนาดเล็กของอังกฤษมักจะมีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติแบบที่ราบลุ่มหรือเนินเขาในบางช่วง ทำให้มีพื้นที่กว้างใหญ่ อากาศดี เหมาะแก่การทำฟาร์มซึ่งชาวอังกฤษที่รักชีวิตอิสระ ชอบอยู่กับความสงบก็จะมาสร้างบ้านของตัวเองไว้ควบคู่กับการยึดอาชีพชาวนาทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ คุณจึงสามารถมาขี่ม้าชมพื้นที่สนามหญ้าที่มีแปลงดอกไม้หรือทุ่งดอกหญ้าสวย ๆ อันกว้างใหญ่รับลมเย็นได้อย่างสบายอารมณ์ รูปภาพ : https://www.checkinchill.com/ ชมหมู่บ้านเก่าแก่ท่ามกลางธรรมชาติในชนบทประเทศอังกฤษ             การชมหมู่บ้านเก่าแก่ของอังกฤษในชนบทนั้นเป็นกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากในการมาท่องเที่ยวที่ชนบทประเทศอังกฤษ เรียกได้ว่าคุณจะตกหลุมรักกับมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านอังกฤษที่บ้านหลังต่าง ๆ ยังคงเป็นบ้านแนวอิงลิชคอทเทจบ้างก็เป็นสไตล์อังกฤษในยุคที่แตกต่างกันไปตามความเก่าแก่หรือแยกออกเป็นสถาปัตยกรรมย่อยตามลักษณะวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่ตัวเองอยู่ในท้องถิ่นนั้น ๆ รวมถึงแลนด์มาร์คต่าง ๆ ที่สวยงามติดกับป่าไม้ สวนที่มีความร่มรื่น ผู้คนต้อนรับกันเองแบบครอบครัว มาแล้วจะรู้สึกสุขใจมาก รูปภาพ : https://www.yingpook.com/ นั่งเรือผ่อนคลายชนบทประเทศอังกฤษ […]

ช่วงเวลาที่เหมาะกับ การเก็บภาพสุดวิเศษที่บาหลี

ช่วงเวลาที่เหมาะกับ การเก็บภาพสุดวิเศษที่บาหลี

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ สำหรับใครที่เวลานี้กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวเก็บภาพสวย ๆ แนวธรรมชาติบนเกาะที่ยังคงเต็มไปด้วยวัฒนธรรมของคนพื้นเมืองที่งดงามตามวิถีแล้วล่ะก็แน่นอนว่า “บาหลี” เกาะขนาดใหญ่ของอินโดนีเซียย่อมจะเป็นเกาะที่ใคร ๆ ก็มีความหลงใหลอย่ากจะไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะเกาบาหลีเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟ นาขั้นบันไดขนาดใหญ่ หมู่บ้านที่มุงหลังคาแฝกด้วยหญ้าแบบพื้นเมือง และมีคลื่นทะเลที่แรงในระดับที่สามารถเล่นเซิร์ฟบอร์ดได้เช่นกัน จึงเป็นเกาะในฝันอีกแห่งหนึ่งที่เลื่องชื่อด้านการท่องเที่ยวพักผ่อนระดับโลกที่ปีหนึ่งมีคนจากหลายประเทศทั่วทุกทวีปมาที่เกาะแห่งนี้กันเยอะมาก ซึ่งสำหรับนักถ่ายภาพอย่างพวกคุณที่ตั้งใจเดินทางไปออกทริปถ่ายรูปสวย ๆ ที่เกาะบาหลีมากกว่าการไปนอนอาบแดดหรือพักผ่อนทำกิจกรรมกีฬาทางน้ำ บนชายหาดกันล่ะก็ย่อมต้องรู้ว่า ช่วงเวลาใดบ้างที่เหมาะกับ การเก็บภาพสุดวิเศษที่บาหลี ที่สุด แนะนำ 3 ช่วงเวลาที่เหมาะกับ การเก็บภาพสุดวิเศษที่บาหลี รูปภาพ : https://www.thevacationgateway.com/ ช่วงตะวันตกดินฤดูร้อนเหมาะกับการเก็บภาพสุดวิเศษที่บาหลี             ช่วงตะวันตกดินในฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเก็บภาพสุดวิเศษที่บาหลี เพราะในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังตกดินตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ท้องฟ้าที่เกาะบาหลีจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงอย่างสวยงามทำให้ผืนทะเลอันกว้างใหญ่ที่มีระลอกคลื่นสะท้อนกับสีของท้องฟ้าเหมือนทุกอย่างอยู่ในภาพฟิล์ม ดูแล้วสบายตา ทำให้รู้สึกว่าได้ปล่อยวางความทุกข์ทั้งมวลไว้กับท้องทะเลอันเงียบสงบ ยิ่งช่วงจังหวะที่ดวงตะวันกำลังตกน้ำครึ่งหนึ่งด้วยยิ่งจะกลมโตและงดงามกว่าฤดูอื่น ๆ เช่นเดียวกัน แนะนำให้ถ่ายภาพโดยมีฉากหน้าเป็นต้นมะพร้าวล้อมกรอบที่ชายหาดก็จะได้เรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของทะเลบาหลีช่วงตะวันตกดินที่ดีมาก รูปภาพ : https://www.pxfuel.com/ ช่วงเทศกาลพื้นเมืองเหมาะกับการเก็บภาพสุดวิเศษที่บาหลี             เกาะบาหลีในบางเดือนจะมีประเพณีและเทศกาลพื้นเมืองหลายเทศกาลที่มีการแห่ขบวนใหญ่พร้อมปะติมากรรมสุดแปลก บ้างก็มีการร่ายรำ และบ้างก็มีการตกแต่งบ้านให้สวยงามอย่างที่เหมือนเราเข้ามาอยู่ในยุคสมัยก่อนในประเทศที่ยังคงนับถือบูชาสิ่งลี้ลับหรือเทพเจ้าท่ามกลางเสียงดนตรีพื้นบ้าน การแต่งกายประจำของเกาะบาหลีที่มีความขลัง อลังการ ทำให้สภาพชุมชนชาวบ้านบนเกาะบาหลีเหมือนถูกนับถอยหลังให้มีสีสันเอกลักษณ์บ่งบอกความเป็นบาหลีอย่างแท้จริง เช่น เทศกาลนีเยปิเดือนมิถุนายน, เทศกาลบาหลี […]

ทำไมต้องเลือกไปเที่ยว ประเทศเมียนมาร์ ?

ทำไมต้องเลือกไปเที่ยว ประเทศเมียนมาร์ ?

            พบกันอีกครั้งกับ เที่ยวต่างประเทศ มีหลายคนที่ยังไม่เคยไปเที่ยวเมียนมาณ์แล้วเข้ามาถามเราว่า ทำไมสมัยนี้ผู้คนถึงเริ่มนิยมไปท่องเที่ยวประเทศเมียนมาร์กัน? ทั้งที่ดูไปดูมาประเทศเมียนมาร์ก็มีวัฒนธรรมกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติต่าง ๆ ไม่เห็นจะแตกต่างจากประเทศไทยเลย ไปเที่ยวก็มีแต่ชมวัดต่าง ๆ และไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แถมใกล้ประเทศไทยแบบเพื่อนบ้านกันมากขนาดนี้ไปแค่วันเดียวก็กลับได้แล้วล่ะ จะคุ้มกับค่าตั๋วเครื่องบินหรือเปล่าหากเราได้ไปเที่ยวประเทศเมียนมาร์ เราขอบอกพวกคุณเลยว่า หากพวกคุณได้มาอ่านการนำเสนอประเทศเมียนมาร์ของเราในวันนี้ก็อาจจะทำให้พวกคุณเกิดเปิดใจให้กับการท่องเที่ยวในประเทศนี้มากขึ้นได้โดยที่คำถามหลายคำถามจะหมดไปในคราวเดียวกันเลยอย่างแน่นอน เพราะเราจะมาว่าด้วยประเด็นหลักอย่าง “ทำไมต้องเลือกไปเที่ยว ประเทศเมียนมาร์ ?” ให้คุณได้รู้ว่า ประเทศนี้ไปแล้วเรียกได้ว่ามากกว่าคุ้มสุด ๆ เลย! รู้จักกับ ประเทศเมียนมาร์ รูปภาพ : https://www.chillpainai.com/ เมียนมาร์มีสถานที่เที่ยวสุด Unseen เกินกว่าที่คุณเคยเห็นมาก่อน             การไปเที่ยวเมียนมาร์จะทำให้คุณได้ค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen มากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้ว่าประเทศเมียนมาร์ก็มีความสวยงามแบบอลังการอย่างที่เราไม่ต้องไปประเทศใดไกลให้เสียค่าตั๋วเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรโบราณอย่างอาณาจักรพุกามที่มีเจดีย์เก่าแก่มากถึง 5,000 องค์ในเมืองแห่งนี้, พระธาตุอินทร์แขวนบนเขาสูงที่มีความอัศจรรย์ของหินก้อนใหญ่ริมผาที่ยื่นออกมาแต่กลับไม่หล่นตามแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่งเป็นแบบนี้มานานหลายชั่วอายุคนแล้ว, ทะเลสาบอินเล ,ภูเขาหิมะคากาโบราซี ,เมืองขนาดใหญ่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 4,712 ฟุตที่อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีอย่างตองยี และอีกมากมายที่คุณจะว้าวเกี่ยวกับเมียนมาร์ การไปเที่ยวเมียนมาร์ไม่ต้องขอวีซ่า รูปภาพ : https://blog.bangkokair.com/             การไปเที่ยวเมียนมาร์มีความสะดวกสบาย ไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก โดยสามารถพำนักในเมียนมาได้ไม่เกิน 14 วัน แต่หากต้องอยู่ที่เมียนมาร์เกิน […]